เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นึกขึ้นมาได้ตอนกำลังตากผ้าอยู่(อะไรนะ? ตากผ้าตอนสองทุ่มกว่า?) แล้วก็ต้องรีบตากผ้าให้เสร็จเลยเพราะถ้าเกิดทิ้งไว้อาจจะลืมสิ่งที่นึกขึ้น มาเช่นกัน ถ้าหากฉันทิ้งการตากผ้ามาเขียนบลอคทันที ฉันก็จะตากผ้าไม่เสร็จด้วย ช่างเป็นคนที่ทำอะไรครึ่งๆกลางๆจริงๆ
 
 
เรื่องก็มีอยู่ว่าฉันนึกถึงหนังที่ฉันเคยดูอยู่ แล้วก็พบว่าฉันนั้นนิยมดูหนังชีวิตตั้งแต่เด็กๆแล้ว ดูในทีวีทั้งนั้นแหละ รู้สึกมันประทับใจ+อินกับเนื้อเรื่อง แปลกไหมที่เป็นเด็กประถมแต่ดูอะไรเครียดๆอย่างนี้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน และยูบีซีที่ฉันดูก็มักจะนำหนังเรื่องเดิมๆมาฉายซ้ำ บางเรื่องก็ได้ดูซ้ำ 2-3 รอบ บางเรื่องก็ได้ดูเพียงครั้งเดียว
 
 
แต่สมัยยังเด็กก็ไม่ค่อยได้ใช้อินเตอร์เน็ท ดูจบแล้วคือจบเลย ส่วนมากจะไม่ทราบชื่อเรื่องด้วย เก็บเอาไว้ในความทรงจำ จะว่าไป ฉันรู้สึกขอบคุณทางยูบีซีเหมือนกันที่ตัดต่อความรุนแรงออก(ซึ่งฉันก็เพิ่งรู้ทีหลังเนี่ยแหละ) รวมทั้งมีซับไตเติ้ลที่สุภาพและช่างดูเป็นผู้ดีด้วย ตัวอย่างเช่น เรื่อง Carrie ที่เคยดูกับไปดูที่อื่น ปรากฎว่าสีแดงในถังนั้นมาจากเลือดหมูที่โดนฆ่า แต่ในความทรงจำที่เคยดูในยูบีซีกลับไม่มีฉากนั้นเลย ก็ดีนะ สงสัยการฆ่าหมูด้วยวิธีป่าเถื่อนจะดูโหดร้านเกินไป แต่ข้อเสียของมันคือมันทำให้ฉันเข้าใจผิดมาตลอดว่าของเหลวสีแดงในถังเป็นเพียงสีธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วเป็นเลือดหมูสดๆ(สยองนิดๆแฮะ Stephen King สุดยอดจริงๆ)
 
 
พอเริ่มโตขึ้น อายุสัก 12-13 ปี ก็เริ่มหาข้อมูลนักแสดงได้แล้ว พอหนังจบ ขึ้นรายชื่อนักแสดงก็จะจดคนที่สนใจไว้แล้วเสิร์ชหาทางอินเตอร์เน็ท อ้า เริ่มมีพัฒนาการแล้ว รวมทั้งรู้จักเปิดหาชื่อหนังจากนิตยสารยูบีซี อ้อ จริงๆฉันชอบหนูหนังแนวครอบครัวด้วยนะ เป็นอะไรที่ดูแล้วอบอุ่นใจ บางทีก็หาหนังที่น่าสนใจหรือ genre ที่ชอบแล้ววงไว้เผื่อมาดู แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ดูหรอก- - ลืมบ้าง อะไรบ้าง
 
สิ่งหนึ่งยิ่งโตขึ้นก็พบว่าเราสนใจการวิจารณ์หนังมากขึ้น ไม่ใช่ว่าตัวเองวิจารณ์หรอกนะ แต่ชอบอ่านที่คนอื่นวิจารณ์ จึงเริ่มอ่านบทวิจารณ์หนัง ภาษาอังกฤษบ้าง ไทยบ้าง ก็รู้สึกว่าได้ความรู้ มุมมองหลายอย่างมากขึ้น แต่สิ่งที่หายไปคือ ความรู้สึกประทับใจที่แท้จริง(pure/genuine impression/thought <<มั่วภาษา แต่คิดอารมณ์นี้) บางทีการที่เรามัวไปอ่านสิ่งที่คนอื่นวิจารณ์นั้นทำให้ความคิดเรามีแนวโน้มไปทางเดียวกับคนเหล่านั้นได้ โดยที่แท้จริงแล้วเราอาจจะรู้สึกคนละอย่างเลย มันทำให้มนต์ขลังที่เรามีในสมัยที่เวลาดูหนังยังไม่ทราบแม้แต่ชื่อหนังหายไป อืม พูดซะเวอร์เลยเนอะ ฮ่าๆ จริงๆเราไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าคนอื่นคิดอย่างไร สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่เราคิด หรือรู้สึกมากกว่า (ไม่ได้บอกว่าการอ่านบทวิจารณ์ไม่ดีนะ มันทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมาก แต่ไม่ใช่ว่าสิ่งที่วิจารณ์จะเป็นจริงเสมอไป หรืออย่างน้อยไม่จริงก็สำหรับเรา;P คือ จะอ่านอะไรต้องใช้วิจารณญาณร่วมด้วย)
 
สิ่งที่คิดไว้ก็ประมาณนี้แหละ อาจตกหล่นไปบ้าง ลืมบ้าง คิดๆไปก็เสียดายที่บ้านฉันไม่ได้ติดยูบีซีแล้ว เฮ้อ(ความจริงคือ จะดูหนังมีหลายแหล่งแต่จากยูบีซีเป็นอะไรที่มีมาก หลากหลาย ไม่สนุกก็ไม่เสียดายเงิน เผลอๆเปิดไปเจอเรื่องที่ถูกใจที่เราไม่มีวันรู้จากหน้ากล่องเท่านั้นหรอก รายการดีๆก็มีเยอะ พูดมากไปก็เหมือนบ่น 55)
 
 
อีกอย่าง เริ่มรู้สึกเราอายุมากขึ้นแล้วอะ เมื่อก่อนจะนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆได้ชัด แต่ตอนนี้เริ่มนึกไม่ออกแล้ว ม่ายยย อายุอานามก็ไม่เด็กแล้ว อีกไม่กี่ปีระบบเผาผลาญก็จะเสื่อมแล้ว กรี๊ดด ...นอกเรื่องๆ
บางทีการเรียนมากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันนะ เฮ้อ เหมือนจะไปบดบังความทรงจำเก่าเลย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า
 
 
ช่วงนี้ก็น้ำท่วมเนอะ อืม รู้สึกว๊างงว่าง เลื่อนเปิดเทอมไม่มีกำหนด ทำชีวิตก็ไร้ค่าจริงๆให้ตายเถอะ รู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยอะไรน้ำท่วมเลย พรุ่งนี้กะไปช่วยบ้างแล้ว ฮึบ!! ฮึบ!!
 
ปล. อีกเรื่องหนึ่งที่ชอบมากคือ Perfume ชอบขนาดหานิยายมาอ่าน แล้วก็เพิ่งมารู้ว่ามีฉากที่อึ้ง!! แต่ในยูบีซีตัดทิ้งไป ตอนแรกก็งงว่าคนเขาพูดถึงเรื่องอะไรกัน ที่แท้ก็ แหม้ ฝีมือตัดต่อคุณยูบีซีนี่เอง ฉันเลยไม่รู้เรื่องเลย

Comment

Comment:

Tweet